| ติดต่อสถาบัน | 

โทร : 035-704069 โทรสาร : 035-704069 

 อีเมลล์ : civa2556@gmail.com , saraban@iveacer.ac.th

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด

พระราชกรณียกิจด้านการเกษตร

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10)

บทนำ

พระมหากรุณาธิคุณเคียงข้างเกษตรกรไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจทางด้านการเกษตร นับตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เสด็จพระราชดำเนินไปยังภูมิภาคต่างๆ ทอดพระเนตรความเป็นอยู่ ทุกข์สุขของราษฎรเพื่อเรียนรู้แนวทางการพระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งการพัฒนาอาชีพ พัฒนาแหล่งน้ำ และชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร

พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อส่งเสริมด้านการเกษตรกรรมอันเป็นอาชีพหลักของปวงชนชาวไทยตลอดมา เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการพระราชพิธีพืชมงคล ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นประจำ

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทรงทำนาสาธิต:
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2529 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทำปุ๋ยหมักเป็นปฐมฤกษ์จากผักตบชวาและพืชอื่นๆ ณ บ้านแหลมสะแก ต.เดิมบาง อ.บางนางบวช และในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2529 ได้ทรงปฏิบัติการสาธิตการทำนาด้วยพระองค์เอง ทรงถอดฉลองพระบาท ถลกพระสนับเพลา ทรงพระดำเนินลุยโคลน หว่านพันธุ์ข้าวปลูกและปุ๋ยหมักในแปลงนาสาธิต โดยมิได้มีกำหนดการไว้ก่อน ยังความปิติโสมนัสและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง "โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์" ตั้งแต่ พ.ศ. 2545 เพื่อช่วยเหลือราษฎรในท้องถิ่นให้ได้นำเทคโนโลยีการเกษตรแผนใหม่มาปรับปรุงการเกษตร และเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในการทำนาสาธิตโดยใช้ปุ๋ยหมัก ณ ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

โครงการตามพระราชดำริและพระราชพิธีสำคัญ

เริ่มปี พ.ศ. 2545

คลินิกเกษตรเคลื่อนที่

โครงการในพระราชานุเคราะห์ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างแรงจูงใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการเกษตร ให้บริการทางวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่เหมาะสมในรูปแบบบูรณาการร่วมกับนักวิชาการแต่ละสาขา (พืช, ปศุสัตว์, ประมง, พัฒนาที่ดิน ฯลฯ)

จ.เชียงใหม่ (1,350 ไร่)

โครงการเกษตรวิชญา

พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ ณ สวนบ้านกองแห ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ให้แก่กระทรวงเกษตรฯ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ เผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตร พัฒนาเป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรดิน น้ำ และป่าไม้

พิธีสำคัญระดับชาติ

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

ทรงเป็นผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เป็นประธานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญยาวนานกว่า 10 ปี และทรงเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อสนองพระราชปณิธานสืบมา

30 ฟาร์ม 17 จังหวัด

โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ต้านภัยโควิด-19

ทรงน้อมนำแนวทางสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำที่ดินในโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาสนับสนุนการจ้างงาน นำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่มาสร้างแหล่งอาหารที่ปลอดภัย สร้างรายได้และอาชีพยั่งยืนให้ประชาชนโดยไม่ต้องทิ้งถิ่นฐาน

อารยเกษตร

โคก หนอง นา โมเดล

ทรงประกอบพิธีบวงสรวงพื้นที่ โคก หนอง นา ณ บริเวณพระตำหนักเรือนต้น พระที่นั่งวิมานเมฆ และทรงมีพระราชดำรัสเรื่อง “อารยเกษตร” (29 ม.ค. 2564) ว่า:

“โคกหนองนา นอกจากเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ทางด้านเกษตรกรรมแล้วยังเป็นศิลปะ เป็นแบบฝึกหัดที่ดี ในการที่จะรวมเกษตรที่หลากหลายให้มาอยู่ในพื้นที่เดียวกันในเวลาเดียวกัน รักษาความหลากหลาย แต่ความหลากหลายนั้น ก็เกื้อกูลซึ่งกันและกัน”
📍 ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร

โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซาก สู่การฟื้นฟูป่าชุมชนดงมัน สร้างอาชีพยั่งยืนให้พสกนิกร

43.9 ตารางกิโลเมตร (พื้นที่โครงการ)
15 หมู่บ้าน (2,036 ครัวเรือน)
3,006 ไร่ (ป่าชุมชนดงมัน)
3 ล้าน+ บาท/ปี (รายได้ชาวบ้านจากของป่า)

📌 ความเป็นมาและปัญหาในพื้นที่

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เยี่ยมราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนบ้านคำน้ำสร้าง ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร

ทรงพบว่าพื้นที่ตำบลค้อเหนือเป็นจุดสบกันของแม่น้ำชีและลำน้ำยัง เกิดปัญหาน้ำไหลท่วมที่อยู่อาศัยและไร่นาในฤดูฝน ขณะที่บริเวณหนองอึ่งมีตระกอนน้ำหลากสะสมทำให้กักเก็บน้ำได้น้อย เมื่อสิ้นฤดูฝนจึงประสบภัยแล้งอย่างหนัก ชาวบ้านจำเป็นต้องถางป่าเสื่อมโทรมกว่า 1,000 ไร่เพื่อความอยู่รอด

💡 แนวทางการพระราชทานแก้ไขปัญหา 3 ประการ (เริ่มปี 2544)

1
พัฒนาขุดลอกหนองอึ่ง: เพิ่มความจุน้ำเป็น 640,530 ลูกบาศก์เมตร (เนื้อที่ 430 ไร่) ปลูกหญ้าแฝกกันดินพังทลาย และสร้างอาคารบังคับน้ำเก็บกักน้ำไว้ใช้ยามแล้ง
2
ฟื้นฟูสภาพป่าดงมัน: ทำประชาคมขอคืนพื้นที่ป่า 3,006 ไร่ ฟื้นฟูป่าตามแนวพระราชดำริ ร.9 "ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง" ปลูกไม้วงศ์ยางนาที่ติดเชื้อเห็ดป่า (ไมคอร์ไรซา) ทนแล้งและเป็นแหล่งอาหาร
3
จัดสรรที่ดินทำกิน: นำดินจากการขุดลอกหนองอึ่งปรับสภาพพื้นที่รอบหนองอึ่ง 100 ไร่ จัดสรรให้ชาวบ้าน 120 ราย ทำกินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

🌱 ผลสำเร็จ: จากป่าเสื่อมโทรมสู่ "ธนาคารอาหารชุมชน" และแบรนด์ "วนาทิพย์"

ปัจจุบัน ป่าชุมชนดงมัน 3,006 ไร่ กลายเป็นธนาคารอาหารอุดมสมบูรณ์ของชาวบ้าน 15 หมู่บ้าน กว่า 2,000 ครัวเรือน มีของป่าและสัตว์ป่าเกิดขึ้นมากมาย เช่น เห็ดโคน เห็ดเผาะ เห็ดระโงก ไข่มดแดง

ชาวบ้านได้รวมตัวกันจัดตั้ง "สหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำกัด" นำของป่ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น เห็ดโคนในน้ำเกลือ, ไข่มดแดงในน้ำเกลือ, น้ำพริกเห็ดระโงก ภายใต้แบรนด์ “วนาทิพย์” สร้างรายได้ให้สหกรณ์ปีละกว่า 1 ล้านบาท และสร้างอาชีพหลักที่ยั่งยืนให้แก่ราษฎรในพื้นที่อย่างแท้จริง

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

เข้าระบบ

กดไลค์เพจ facebook

สถิติ

 

Histats.com © 2005-2014 P

Design by: www.diablodesign.eu